ประวัติมหาวิทยาลัย

ประวัติความเป็นมา


dsc09303
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ตั้งอยู่บนที่ดินสาธารณประโยชน์ บนเขาสระหงส์ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลนาฝาย หมู่บ้านนาฝาย และหมู่บ้านห้วยชัน ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มอบให้เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัย จำนวน 1,482 ไร่เศษ อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ไปทางทิศเหนือ ประมาณ 12.5 กิโลเมตร ด้านหน้าติดกับถนนหลวงสาย ชัยภูมิ-ตาดโตน ด้านข้างติดกับถนน รพช.สายห้วยชัน-ห้วยต้อน มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ได้เริ่มดำเนินการก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2537 และได้รับอนุมัติให้จัดตั้งขึ้นตามมติคณะ รัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540 ในสมัยรัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอกชวลิตยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยจัด สรรงบประมาณแผ่นดิน มาให้ดำเนินการในปี พ.ศ. 2540 จำนวน 30 ล้านบาท แต่เพราะปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ได้ปรับ ลดเหลือเพียง 15 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างสิ่งจำเป็นพื้นฐาน บางประการ ซึ่งในระยะแรก ได้ไปอาศัยวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชัยภูมิเป็นสำนักงานโครงการ ชั่วคราว เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2540 จนสำนักงานโครงการชั่วคราวก่อสร้างเสร็จแล้วจึงได้ย้ายออกวิทยาลัยพลศึกษาไป อยู่ ณ ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันบนเขาสระหงส์ ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2541 เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นรัฐบาลให้ชะลอโครงการไว้ก่อน และได้จัด สรรเงินมาให้รักษาสภาพโครงการ

ในปีพ.ศ. 2541 จำนวน 3 ล้านบาท และในปี พ.ศ. 2542 จำนวน 2.4 ล้านบาท และงบพิเศษจากเงินเหลือจ่ายสำหรับก่อสร้างอาคารเพื่อรับนักศึกษาภายใต้ความ รับผิดชอบ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จำนวน 10 ล้านบาท แต่ในปี 2543 ก็ยังได้รับงบ ประมาณ 2.4 ล้านบาทเท่าเดิมอยู่ ในปี พ.ศ. 2544 ได้รับ เงินงบประมาณเพิ่มขึ้น คือ ค่าก่อสร้างเรียนรวม 6 ชั้น จำนวน 1 หลัง ราคา 80 ล้านบาท แต่ปรับลดเหลือ72 ล้านบาท (งบผูกพัน 3 ปี) และในปี พ.ศ. 2544 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็น“สถาบันราชภัฏชัยภูมิ” ซึ่งมีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่ว ันที่ 21 กรกฎาคม2544 จึงถือว่า วันดังกล่าวคือ วันคล้ายวันสถาปนา ของมหาวิทยาลัย และได้จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตร ในวันคล้ายวันสถาปนา ของมหาวิทยาลัยทุกปีและตั้งแต่ปีงบประมาณ 2546 ป็นต้นมาได้จัดตั้งงบประมาณในการก่อสร้างอาคารสถานที่ และพัฒนามหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เช่น ปีงบประมาณ 2546 ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับก่อสร้างอาคาร บรรณราชนครินทร์ สูง 5 ชั้น จำนวน 1หลัง เป็นเงิน 60 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2547 ได้รับการจัดสรรเงิน สำหรับ ก่อสร้างอาคารศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ สูง 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง เป็นเงิน 40 ล้านบาท และ ในปีงบประมาณ 2548 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 73 ล้านบาท เป็นต้น เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2547 พ.ศ.2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธย ในพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 และในวันที่ 14 มิถุนายน 2547 พระราชบัญญัต มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 ได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา อันมีผลให้สถาบันราชภัฏชัยภูมิ ได้รับการยกฐาน เป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ” และมีสภาพเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ ซึ่งสามารถพัฒนาระบบบริหารและการจัดการที่เป็นอิสระของตนเองมีความคล่องตัว และมีเสรีภาพทางวิชาการ
ตราประจำมหาวิทยาลัย

cp_tar

ตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย เป็นตราพระราชลัญจรประจำรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงค์จักรี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราชพระราช ทาน อนุญาตเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2538 ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏใช้มีลักษณะเป็นรูปกลมรีโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่ง จะใส่อักษรชื่อ มหาวิทยาลัยทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษไว้รอบนอกและระบายสีในพระราชลัญจกร 5 สีแต่ละสีแทน ความหมายดังต่อไปนี้

สีน้ำเงิน แทน มหาวิทยาลัยพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิด และพระราชทานนาม “มหาวิทยาลัยราชภัฏ”
สีเขียว แทน แหล่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏฯในแหล่งธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม
สีทอง แทน ความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา
สีส้ม แทน ความรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ก้าวไกลในมหาวิทยาลัยราชภัฏ
สีขาว แทน ความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

cp_see

สีประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

สีประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิมี 2 สี คือ สีเหลืองและสีฟ้าอ่อน ซึ่งแต่ละสีมีความหมายแทนค่า ความหมาย ดังนี้

สีเหลือง แทน ความสุกสว่างกว้างไกล ความสดใสร่าเริง ความมีคุณธรรม และความเป็นผู้นำ ความสดชื่นสบายใจ
สีฟ้าอ่อน แทน ความสดใสเบิกบาน และความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น

tong

ธงประจำมหาวิทยาลัย

ธงประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 90 เซนติเมตร ยาว 120 เซนติเมตร มี 2 แถบสีเท่าๆ กัน โดยให้แถบมีเหลืองอยู่บน และแถบสีฟ้าอ่อนอยู่ล่าง ตรงกลางมีตราประจำมหาวิทยาลัยอยู่ทั้ง 2 ด้าน

ปรัชญา/วิสัยทัศน์/พันธกิจ

ปรัชญา

มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ เป็นสถาบันเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และเป็นมหาวิทยาลัยไทยเพื่อความเป็นไท

วิสัยทัศน์

เป็นมหาวิทยาลัยที่มีวิชาการหลากหลาย มีธรรมาภิบาล และเป็นต้นแบบของการวิจัยชุมชน
กับทั้งคงความเป็นมหาวิทยาลัยที่มีภูมิทัศน์สวยที่สุดในภาคอีสานเอาไว้นานเท่านาน

คำขวัญ

ความรู้คู่ความดี คือ ศักดิ์ศรีของบัณฑิต

พันธกิจ

1. แสวงหาความจริงเพื่อสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการบนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาสากล
2. ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม สำนึกในความเป็นไทยมีความรักและผูกพันต่อท้องถิ่น อีกทั้งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน
เพื่อช่วยให้คนในท้องถิ่นรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง การผลิตดังกล่าวจะต้องมีจำนวนและคุณภาพสอดคล้องกับการผลิตบัณฑิตของประเทศ
3. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในคุณค่า ความสำนึก และความภูมิใจวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ
4. เรียนรู้และเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาและนักการเมืองท้องถิ่นให้มีจิตสำนึกในประชาธิปไตย คุณธรรม จริยธรรม
และความสามารถในการบริหารงานพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
5. ส่งเสริมความเข้มแข็งของวิชาชีพครู ผลิตครู และพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการ เป็นวิชาชีพชั้นสูง
6. ประสานความร่วมมือและช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรอื่นทั้งในและต่างประเทศเพื่อการพัฒนา ท้องถิ่น
7. ศึกษาและแสวงหาแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นบ้านและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของคนในท้องถิ่น
รวมถึงการแสวงหาแนวทางเพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
8. ศึกษา วิจัย ส่งเสริมและสืบสานโครงการอันเนืองมาจากแนวพระราชดำริในการปฏิบัติตามภารกิจของมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น